หน่วยงาน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง นครนายก
ชื่อโครงการ การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มความเสอภาคทางการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัด
นครนายก (Development of Educational Management Model to Increase
Equality of Education in Nakhonnayok Province)
หลักการและเหตุผล
ปฐมวัยคือการสร้างรากฐานเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะการพัฒนาเด็กปฐมวัยนั้นเป็นโอกาสสำคัญในการจัดการเรียนและเสริมสร้างพัฒนาการให้เหมาะสมกับวัย เพื่อสร้างรากฐานชีวิตที่มีคุณภาพ ดังปรัญชาการศึกษาปฐมวัยกล่าวไว้ใน หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.๒๕๖๐ ว่าการศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง ๖ ปีบริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวม บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคนให้เต็มศักยภาพภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ
บทบาทหน้าที่ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก คือ การให้บริการ การอบรมเลี้ยงดู การจัดประสบการณ์และส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ ให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนา ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญาที่เหมาะสมตามวัยตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน ดังนั้น ระยะเวลาการจัดการเรียนรู้และแนวทางการจัดการเรียนรู้ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจึงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมเพื่อให้เด็กเล็กได้รับการศึกษาและพัฒนาเป็นไปตามวัยแต่ละช่วงอายุ สอดคล้องกับสังคม วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ให้เด็กเล็กพร้อมที่จะเข้ารับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
โครงการ การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มความเสอภาคทางการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดนครนายก ต้องการให้เด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้มีการส่งเสริมการเรียนรู้สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัย ให้เต็มศักยภาพภายใต้บริบทที่เด็กอาศัยอยู่ ทั้งยังปลูกฝังมีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ
โดยกิจกรรมของโครงการฯ ใช้หลักสูตรการเรียนจัดการเรียนการสอนแบบ มอนเตสซอรี่
หลักสูตร “มอนเตสซอรี่” คือ การที่เด็กได้รับการศึกษาและส่งเสริมให้เข้าเติบโตไปแบบธรรมชาติ โดยเป็นการเรียนรู้ที่ให้ “เด็ก” เป็นศูนย์กลางและเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มี ๕ หลักการ ดังนี้
๑. เด็กต้องได้รับการยอมรับนับถือ เพราะเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ผู้ใหญ่จึงควรยอมรับเด็กในแบบที่เขาเป็น จึงต้องพัฒนาการสอนในสัมพันธ์กับพัฒนาการ ความต้องการ และธรรมชาติของเด็กแต่ละคน
๒. ในช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง ๓ ขวบ เป็นช่วงที่จิตใจของเด็ก เรียนรู้ ซึมซับ ข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่างได้ง่ายมาก โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง ๕ ด้านการมองเห็น การได้ยิน การลิ้มรส การดมกลิ่น และการสัมผัส
๓. การเรียนรู้ในระยะแรกของชีวิต เป็นช่วงพัฒนาสติปัญญา เด็กสามารถเรียนทักษะเฉพาะอย่างได้ดี ครูต้องช่างสังเกตและใช้ประโยชชน์จากช่วงเวลานี้ในการจัดการเรียนการสอนให้สมบูรณ์ที่สุด
๔. การเตรียมสิ่งแวดล้อม เด็กจะเรียนรู้ได้ดีที่สุด ในสภาพแวดล้อมที่ได้ตระเตรียมเอาไว้อย่างมีจุดหมาย มีอิสระจากการควบคุมของผู้ใหญ่ ได้ทำกิจกรรมต่างๆตามความคิดของตนเอง
๕. เด็กสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง เรียนรู้ระเบียบวินัยของชีวิต มีอิสระภาพในการทำงานและแก้ไขข้อบกพร่อง เด็กสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ลดวิธีการให้ครูเป็นศูนย์กลาง แต่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางในการเรียนเพิ่มขึ้น
การเรียนการสอนหลักสูตรมอนเตสซอรี่
– จัดห้องเรียนแบบเปิด สภาพแวดล้อมแบบเปิดทำให้เด็กๆเคลื่อนไหวได้อิสระ และยังมีการจัดสภาพแวดล้อมให้คล้ายบ้าน ให้ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย
– นักเรียนเลือกเรียนได้แบบอิสระ เพราะมอนเตสเซอรี่เชื่อว่าเด็กๆเรียนรู้ ซึมซับ จากประสบการณ์รอบตัว ดังนั้นเลยให้เด็กมีอิสระในการเลือกเล่นตามใจ และเมื่อเด็กได้มีโอกาสเลือกเองก็มักจะเล่นตามรูปแบบของการใช้ชีวิตจริง เช่น เล่นทำอาหาร เล่นประดิษฐ์สิ่งของ
– เรียนไปพร้อมกับเล่น โดยใช้สื่อการสอนแบบเฉพาะของมอนเตสเซอรี่ ซึ่งเป็นวิธีการสอนที่สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กๆ ที่มีควาวมอยากรู้อยากเห็น ชอบค้นหา และไม่หยุดนิ่ง
– มีนักเรียนหลากหลายอายุเรียนรวมกัน ในห้องเรียนอาจมีนักเรียนอายุ 0-3 ปี , 3-6 ปี หรือ 6-12 ปี เรียนปะปนกัน เพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้กันและกันจากความหลากหลาย โดยส่วนใหญ่เรียนคาบละ 3 ชม.
– วัดผลรายบุคคล ไม่มีการตัดเกรด ให้การบ้าน เพราะเชื่อว่าเด็กแต่ละคนมีลักษณะพิเศษ ความสามารถ ศักยภาพ ที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่ใช้เกณฑ์เดียวในการตัดสินเด็กๆ
กิจกรรมในชั้นเรียน
– กลุ่มประสบการณ์ชีวิต เน้นการพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ผ่านกิจกรรมเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน และการช่วยเหลือตนเอง ซึ่งเด็กๆจะได้เรียนรู้เรื่อง ระเบียบวินัย สมาธิ และพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง
– กลุ่มประสาทสัมผัส ฝึกฝนให้เด็กใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 จนเชื่อมโยงประสานกัน โดยให้เด็กๆเรียนรู้ด้วยการสำรวจ ต้นหา สิ่งแวดล้อมรอบๆตัว
ดังนั้นการเรียน หลักสูตรมอนเตสซอรี่เป็นการให้อิสระกับเด็กในการเรียนรู้ และมีสภาพแวดล้อมที่ดี ทำให้เด็กได้รับประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น ทักษะความคิดสร้างสรรค์ ฝึกการเป็นตัวของตัวเอง ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น และฝึกให้เด็กเรียนรู้ข้อผิดพลาดด้วยตัวเอง ซึ่งวิธีการของ มอนเตสซอรี่ มาจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่มีทั้งการสังเกต ทดลอง และ มอนเตสซอรี่ ก็ยังเชื่อว่าการสร้างสังคมดีๆ ต้องมีจุดเริ่มต้นที่การสร้าง “เด็ก” ให้โตไปอย่างมีคุณภาพ ในแบบฉบับที่เป็นตัวเอง
การเปรียบเทียบ ระหว่าง การจัดการเรียนการสอนแบบ “มอนเตสซอรี่” และ “ไฮสโคป”
| มอนเตสซอรี่ | ไฮสโคป |
| E เด็กเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ และมีการเลือกกิจกรรมด้วยตนเอง E เด็กเรียนรู้กับสื่อผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 E เด็กเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตจากสื่อที่เป็นของจริง E เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์ E เด็กเรียนรู้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ E เด็กได้ใช้สื่อที่เป็นธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม E เน้นการสอนแบบรายบุคคลในชั้นเรียนที่คละอายุ E ปลูกฝังระเบียบวินัย สำหรับเป็นพื้นฐานทางสังคม E ปลูกฝังให้ตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งต่างๆรอบตัว | E เด็กเริ่มกิจกรรมด้วยตนเอง E เด็กทำกิจกรรมผ่านการลงมือปฏิบัติ E เด็กเรียนรู้ผ่าน 3 กระบวนการเรียนรู้ 3 ขั้นตอน คือ การวางแผน การปฏิบัติและการทบทวน E เด็กได้ความคิดริเริ่ม |